Latest Posts

ลาลีกา เสปน พรีวิว เรอัล มาดริด พบ เรอัล โซเซียดาด

ลาลีกา เสปน พรีวิว เรอัล มาดริด พบ เรอัล โซเซียดาด

   ลาลีกา สเปน 2018/19 เรอัล มาดริด เปิดบ้านพบ เรอัล โซเซียดาด ที่สนาม ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ในคืนวันวันอาทิตย์ที่ 6 มกราคม 2562 เวลา 00:30 น.

สถิติการพบกัน 5 นัดหลังสุดของทั้งสองทีม

11/02/2018 เรอัล มาดริด 5-2 เรอัล โซเซียดาด

24/01/2018 เรอัล โซเซียดาด 1-3 เรอัล มาดริด

18/01/2018 เรอัล มาดริด 3-0 เรอัล โซเซียดาด

23/09/2017 เรอัล โซเซียดาด 0-3 เรอัล มาดริด

19/03/2017 เรอัล โซเซียดาด 0-1 เรอัล มาดริด

ลาลีกา ความพร้อมของ เรอัล มาดริด กับ เรอัล โซเซียดาด

เรอัล มาดริด

   ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด ต้องเสียหัวหอกตัวเก่งอย่าง แกเร็ธ เบล ที่บาดเจ็บกล้ามเนื้อ ส่วนทางด้าน มาร์กอส ยอเรนเต้ มิดฟิลด์ตัวรับก็ไม่สามารถลงสนามได้เช่นกันเนื่องจากอาการบาดเจ็บจำเป็นต้องพักประมาณ 2-3 สัปดาห์ ในขณะที่ มาร์โก อาเซนซิโอ กับ มาเรียโน่ ดิอ๊าซก็ยังมีปัญหาอาการบาดเจ็บเช่นกัน

   เกมนี้ ซานติอาโก้ โซลารี่ กุนซือ มาดริด ให้โอกาส อีสโก้ ได้ลงสนามเป็นตัวจริงในแนวรุกร่วมกับ คาริม เบนเซม่า และ ลูกัส บาซเกซ

   แดนกลางมี ลูก้า โมดริช, โทนี่ โครส และ คาเซมีโร่ ส่วนแนวรับใช้ เซร์คิโอ รามอส, ราฟาแอล วาราน, มาร์เซโล่ และ ดานี่ การ์บาฆาล

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : ติโบต์ กูร์กตัวส์, ดานี่ การ์บาฆาล, ราฟาแอล วาราน, เซร์คิโอ รามอส, มาร์เซโล่, ลูก้า โมดริช, เอ็นรีเก้ คาเซมีโร่, โทนี่ โครส, ลูกัส บาซเกซ, คาริม เบนเซม่า, อีสโก้

เรอัล โซเซียดาด

   ส่วนทีมเยือนเกมนี้ขาด เตโอ เอร์นานเดซ แบ็กซ้ายที่ติดสัญญายืมตัวจาก มาดริด ไม่สามารถลงสนามได้จึงคาดว่า ไอเอน มูนญอซ จะได้โอกาสลงสนามแทน ส่วนตัวผู้เล่นบาดเจ็บยังคงมีเพียบเช่นเดิมทั้ง ซานโดร รามิเรซ, อันโดนี่ โกโรซาเบล, ลูก้า ซานกายี่, ดาบิด กอนชา, มาร์ติน เมร์เกลานซ์, เกวิน โรดริเกซ และ มิเกล อังเคล โมย่า

   อีมานอล อัลกวาซิล กุนซือคนใหม่ของ เรอัล โซเซียดาด วางแนวรับเป็น เอคตอร์ โมเรโน่, ดีเอโก้ ยอเรนเต้, โยเซบา ซัลดูอา และ ไอเอน มูนญอซ ส่วน อาเซียร์ อิยาร์ราเมนดี้ กับ อีกอร์ ซูเบลเดีย ประสานงานในแดนกลาง แนวรุกมี วิลเลี่ยน โชเซ่, อั๊ดนาน ยานาไซ, มิเกล โอยาร์ซาบัล

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : มิเกล อังเคล โมย่า, โยเซบา ซัลดูอา, ดีเอโก้ ยอเรนเต้, เอคตอร์ โมเรโน่, ไอเอน มูนญอซ, อาเซียร์ อิยาร์ราเมนดี้, อีกอร์ ซูเบลเดีย, อั๊ดนาน ยานาไซ, ดาบิด ซูรูตูซ่า, มิเกล โอยาร์ซาบัล, วิลเลี่ยน โชเซ่

 

ลาลีกา สเปน พรีวิว เรอัล มาดริด พบ ราโย่ บาเยกาโน่

ลาลีกา สเปน พรีวิว เรอัล มาดริด พบ ราโย่ บาเยกาโน่

   ลาลีกา สเปน 2018/19 ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด เปิดบ้านต้อนรับ ราโย่ บาเยกาโน่ ที่สนาม ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ในคืนวันเสาร์ ที่ 15 ธันวาคม 2561 เวลา 00.30 น.

สถิติการพบกัน 5 นัดหลังสุดของทั้งสองทีม ผลบอลสด

23/04/16 ลา ลีกา ราโย่ บาเยกาโน่ 2-3 เรอัล มาดริด

20/12/15 ลา ลีกา เรอัล มาดริด 10-2 ราโย บาเยกาโน่

09/04/15 ลา ลีกา ราโย บาเยกาโน่ 0-2 เรอัล มาดริด

09/11/14 ลา ลีกา เรอัล มาดริด 5-1 ราโย บาเยกาโน่

30/03/14 ลา ลีกา เรอัล มาดริด 5-0 ราโย บาเยกาโน่

ลาลีกา สเปน ความพร้อมของ เรอัล มาดริด และ ราโย่ บาเยกาโน่

เรอัล มาดริด

   เจ้าถิ่น ราชันชุดขาว เรอัลมาดริด เกมนี้ขาด แกเร็ธ เบล, มาเรียโน่ ดีอาซ กับ นาโช่ เฟร์นานเดซ ซึ่งสภาพร่างกายยังไม่พร้อม ส่วน การ์ลอส กาเซมีโร่ ต้องรอเช็คความฟิตก่อน

   แต่ขาวดีคือจะได้ โทนี่ โครส กับ เซร์คิโอ เรกีลอน กลับมาเป็นตัวเลือกอีกครั้ง ในขณะที่ มาร์โก อาเซนซีโอ ฟิตพร้อมใช้งาน

   สำหรับเกมนี้กุนซือ ซานติอาโก้ โซลารี่ วาง ติโบต์ กูร์กตัวส์ เฝ้าประตู เกมรับใช้ ดาเนียล การ์บาฆาล, ราฟาแอล วาราน, เซร์คิโอ รามอส, มาร์เซโล่ วิเอยร่า

   แดนกลางเป็น ลูก้า โมดริช, มาร์กอส ยอเรนเต้, โทนี่ โครส โดยมี ลูกัส บาซเกซ, คาริม เบนเซม่า และ มาร์โก อาเซนซีโอ ประสานงานในเกมรุก

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : ติโบต์ กูร์กตัวส์, ดาเนียล การ์บาฆาล, ราฟาแอล วาราน, เซร์คิโอ รามอส, มาร์เซโล่ วิเอยร่า, ลูก้า โมดริช, มาร์กอส ยอเรนเต้, โทนี่ โครส, ลูกัส บาซเกซ, คาริม เบนเซม่า, มาร์โก อาเซนซีโอ 

ราโย่ บาเยกาโน่

   ทางด้านของ ราโย่ บาเยกาโน่ จะไม่มี ออสการ์ เตรโฮ, กาแอล กากูต้า กับ กอร์ก้า เอลูสตอนโด้ ยังคงมีอาการบาดเจ็บ ส่วน จอร์ดี้ อามาต ติดโทษแบน ในขณะที่ ราอูล เด โตมาส ไม่สามารถลงสนามได้เนื่องจากกฎการยืมตัว

   ซึ่งเกมนี้ อเล็กซ์ อาเลเกรีย จะลงเป็นหน้าเป้าโดยมี อาเดรียน เอ็มบาร์บา, โฆเซ่ อังเคล โปโซ่, จานเนลลี่ อิมบูล่า, อัลบาโร่ การ์เซีย ประสานงานอยู่แดนกลาง และมี ซานติอาโก้ โกเมซานญ่า คุมเกมในแนวรับ ส่วนแนวหลังเป็นหน้าที่ของ หลุยส์ อัดวินกูล่า, อเล็กซ์ กัลเบซ, เอมิลิอาโน่ เวลาซเกซ, อเล็กซ์ โมเรโน่ และ สโตเล่ ดิมิตรีเยฟสกี้ ทำหน้าที่เฝ้าเสา

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : สโตเล่ ดิมิตรีเยฟสกี้ – หลุยส์ อัดวินกูล่า, อเล็กซ์ กัลเบซ, เอมิลิอาโน่ เวลาซเกซ, อเล็กซ์ โมเรโน่, ซานติอาโก้ โกเมซานญ่า, อาเดรียน เอ็มบาร์บา, โฆเซ่ อังเคล โปโซ่, จานเนลลี่ อิมบูล่า, อัลบาโร่ การ์เซีย, อเล็กซ์ อาเลเกรีย

 

 

 

ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด อาการโคม่า พ่าย เออิบาร์ 0-3 ครั้งแรกในประวัติศาสตร์

ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด อาการโคม่า พ่าย เออิบาร์ 0-3 ครั้งแรกในประวัติศาสตร์

   ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด หมดสภาพ หลังจากที่ ผลงานเพิ่งจะกลับมาดีหมาดๆ แต่สุดท้ายก็กลับไปอยู่ในฟอร์มเดิมๆอีกครั้ง โดยโดนนำไปก่อนในครึ่งแรก 1-0 ก่อนจะมาเสียเพิ่มอีก 2 ประตูในต้นครึ่งหลัง ทำให้ราชันเป็นฝ่ายพ่ายให้เออิบาร์ไป 3-0 ซึ่งการพ่ายแพ้ในครั้งนี้เป็นการพ่ายแพ้ให้ เออิบาร์ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์อีกด้วย

ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด พ่าย เออิบาร์ 0-3

   ผลบอลสด ศึกฟุตบอล ลาลีกา สเปน 2018/19 เออิบาร์ เปิดบ้านพบกับ เรอัลมาดริด ที่สนาม มูนิซิพัล เด อิปูรัว ในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2561

   เริ่มเกมเป็น เออิบาร์ ที่ได้โอกาสลุ้นก่อนจากจังหวะโต้กลับเมื่อ โอเรญาน่า โหม่งบอลให้ กิเก้ จัดการฮาล์ฟวอลเล่ย์จากระยะประมาณ 30 หลา ส่งบอลไปชนเสาจังๆ

   ถัดมานาทีที่ 11 เป็นโอกาสลุ้นของ มาดริด บ้าง อเซนซิโอ บุกขึ้นมาแล้วพาลอบเข้าเขตโทษทางซ้ายก่อนจะไหลไปกลางให้ เบนเซม่า ซัดผ่าน ริเอสโก้ แต่ไม่ได้ประตูเพราะมีตัววิ่งมาเคลียร์บอลได้ทัน

   แต่แล้วสุดท้ายเป็น เออิบาร์ ที่ได้ประตูขึ้นนำก่อนในนาทีที่ 16 จากจังหวะโต้กลับ คูคูเรญ่า เปิดจากซ้ายเข้าเขตโทษให้ กิเก้ วิ่งมาซัดไปติดเซฟบอลกระดอนออกมาและสุดท้ายเป็น เอสคาลันเต้ ได้จบ เจ้าถิ่นนำ 1-0

   นาทีที่ 35 ราชันได้ลุ้นประตูตีเสมอจากฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษเยื้องมาทางขวา เบล เลือกยิงไปทางเสาไกล แต่ ริเอสโก้ ยังปัดทิ้งได้สวย

   จากนั้น มาดริด ยังคงพยายามจะทวงประตูคืน แต่ก็ยังไม่มีประตูเกิดขึ้น สุดท้ายจบครึ่งแรก มาดริด ตกเป็นฝ่ายตามหลังอยู่ 0-1

   ครึ่งหลังลงมาได้ไม่นานในนาทีที่ 52 มาดริด ต้องตกที่นั่งลำบากมากกว่าเดิม เมื่อ เออิบาร์ มาได้ลูกที่สองเพิ่ม จากจังหวะที่ คูคูเรญ่า ไปเบียดแย่งเอาบอลจาก โอดริโอโซล่า มาได้ก่อนจะไหลเข้าไปในเขตโทษให้ เอนริช จับบอลก่อนหนึ่งจังหวะแล้วซัดทันที เป็นประตู 2-0

   จากนั้นถัดมาอีกเพียงแค่ 5 นาที ประตูที่ 3 ของเจ้าถิ่นก็ตามมาติดๆ จากจังหวะที่ กิเก้ เปิดบอลจากขวาไปเสาไกลให้ คูคูเรญ่า เปิดเข้าเขตโทษ แต่โดนสกัดบอลเปลี่ยนไปเข้าทาง กิเก้ ซ้ำดาบสองเข้าไปตุงตาข่าย

   เกมผ่านเข้าสู่นาทีที่ 70 มาดริด ที่ตามอยู่ถึง 3 ประตู ดูเหมือนว่าคงจะช็อคไปแล้ว เพราะผ่านมาหลายนาทีแล้วแต่ยังทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันไม่ได้ เป็น เออิบาร์ มากกว่าที่เป็นฝ่ายบุกกดดันเข้าใส่

   ช่วงท้ายเกม มาดริด พยายามจะเร่งเกมแต่ก็เร่งไม่ขึ้น สุดท้ายจบเกม เรอัล มาดริด เป็นฝ่ายบุกมาพ่ายให้กับ เออิบาร์ 0-3 เป็นการพ่ายแพ้ต่อ เออิบาร์ ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของราชันชุดขาว

 

พรีเมียร์ลีก พรีวิว เซาแธมป์ตัน พบ เชลซี 7 ตุลาคม 2018

พรีเมียร์ลีก พรีวิว เซาแธมป์ตัน พบ เชลซี 7 ตุลาคม 2018

   พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เซาแธมป์ตัน เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนจาก เชลซี ที่สนาม เซนต์แมรี่ ดูบอลสด ในวันที่ 7 ตุลาคม 2561 เวลา 20.15 น.

ความพร้อมของทั้งสองทีม

เซาแธมป์ตัน

   มาร์ค ฮิวจ์ส กุนซือเซาแธมป์ตัน หมดปัญหาเรื่องตัวผู้เล่นบาดเจ็บนอกจาก เชน ลอง ที่บาดเจ็บนิ้วเท้าไม่สามารถลงสนามได้ นอกนั้นทั้ง โมฮาเหม็ด เอลยูนุสซี่ และ มาโนโล่ กับ เบียดินี่ ฟิตกลับมาซ้อมได้แล้ว ส่วนทางด้าน แดนนี่ อิงก์ส หัวหอกคนสำคัญของทีมสามารถกลับมาลงสนามได้แล้ว

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : อเล็กซ์ แม็คคาร์ธี่, เซดริก โซอาเรส, ยานนิก เวสเตอร์การ์ด, เวสลี่ย์ ฮูดท์, ไรอัน เบอร์ทรานด์, โมฮาเหม็ด เอลยูนุสซี่, มาริโอ เลอมิน่า, ปิแอร์ เอมิล ฮอยเบิร์ก, เนธาน เร้ดมอนด์, แดนนี่ อิงก์ส

เชลซี

   ทางด้าน สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ไร้ตัวผู้เล่นบาดเจ็บ ในรายของ เปโดร โรดริเกซ ที่เจ็บไหล่ไปก่อนหน้านี้ก็สามารถกลับมาลงสนามได้แล้วในเกม ยูโรปา ลีก เมื่อกลางสัปดาห์

   เกมนี้กุนซือชาวอิตาลีของ เชลซี เมาริซิโอ ซาร์รี่ ยังคงใช้งานบรรดาแข้งตัวจริงครบทั้ง เอแด็น อาซาร์, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, ดาวิด ลุยซ์, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, มาร์กอส อลอนโซ่, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ และ จอร์จินโญ่

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : เกปา อาร์รีซาบาลาก้า, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, ดาวิด ลุยซ์, มาร์กอส อลอนโซ่, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่, มาเตโอ โควาซิช, วิลเลี่ยน, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์, เอแด็น อาซาร์

พรีเมียร์ลีก วิเคราะห์บอล เซาแธมป์ตัน พบ เชลซี

   สำหรับทีมนักบุญผลการการเล่นในบ้านของพวกเขาไม่สู้ดีนัก เพราะ 14 นัดเหย้าหลังสุดในลีก เซาแธมป์ตัน เอาชนะคู่แข่งไปได้เพียงเกมเดียวเท่านั้น ซึ่งต้องย้อนกลับไปในเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วเลยทีเดียว ส่วนผลงานในลีกฤดูกาลนี้ ลงสนาม 7 นัด เก็บมาได้เพียง 5 แต้ม อยู่อันดับ 16 ของตาราง

   นัดล่าสุดลูกทีมของกุนซือ มาร์ค ฮิวจ์ส เพิ่งบุกไปเอาชนะจุดโทษ เอฟเวอร์ตัน 4-3 หลังจากเสมอกันในเวลา 1-1 ทำให้นักบุญผ่านเข้ารอบ 4 คาราบาว คัพ ได้สำเร็จ ซึ่งผลการชนะในครั้งนี้ก็ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับเจ้าถิ่นได้ไม่น้อย

   ส่วนทางด้าน เชลซี ผลงานยอดเยี่ยมเพราะยังคงรักษาสถิติไร้พ่ายในลีกตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาล 2018/19 เอาไว้ได้ ทำให้สภาพของทีมเรียกได้ว่ามีความมั่นใจเต็มที่

   เกมนี้แม้ว่าจะเล่นในบ้านของ เซาแธมป์ตัน แต่ฟอร์มของ เชลซี กำลังอยู่ในช่วงร้อนแรง คงยากที่เจ้าถิ่นจะต้านไหว ดังนั้นเกมนี้ สิงโตน้ำเงินครามจะเก็บ 3 แต้มกลับบ้านได้อย่างแน่นอน

 

ยูฟ่าแชมเปี้ยส์ลีก พรีวิว พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น พบ อินเตอร์ มิลาน

ยูฟ่าแชมเปี้ยส์ลีก พรีวิว พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น พบ อินเตอร์ มิลาน

   ยูฟ่าแชมเปี้ยส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม บี พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น เปิดบ้านพบกับ อินเตอร์ มิลาน ที่สนาม ฟิลิปส์ สตาดิโอน ในคืนวันพุธที่ 3 ตุลาคม 2561 เวลา 02.00 น.

ความพร้อมของทั้งสองทีม

พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น

    เกมนี้ขาด ดานเต้ ริโก้ กองกลางดาวรุ่ง ชาวเบลเยียม และ ไรอัน โธมัส ที่ยังคงมีปัญหาอาการบาดเจ็บอยู่ แต่ มาร์ค ฟาน บอมเมล เทรนเนอร์ พีเอสวี จ่าฝูงลีกดัตช์ ก็ไม่หวั่น

   หน้าเป้าวาง ลุค เดอ ยอง ที่ผลงานในลีกยอดเยี่ยม ร่วมล่าประตูกับ 3 แนวรุกอย่าง เออร์วิง โลซาโน่, กัสตัน เปเรโร่ และ สตีเว่น เบิร์กไวจ์น

   นักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : เยอโรน โซเอท, เดนเซล ดัมฟรี่ส์, ดาเนี่ยล ชว้าบ, นิค เวียร์เกเวอร์, อันเจลินโญ่, ปาโบล โรซาริโอ, ยอร์ริต เฮนดริกซ์, เออร์วิง โลซาโน่, กัสตัน เปเรโร่, สตีเว่น เบิร์กไวจ์น, ลุค เดอ ยอง

อินเตอร์ มิลาน

   อินเตอร์ ขาดเพียง ซีม เวอร์ซัลโก้ แบ็กขวาทีมชาติโครเอเชียที่มีอาการบาดเจ็บบริเวณเข่า นอกนั้น ลูชาโน่ สปัลเล็ตติ กุนซือของ อินเตอร์ มิลาน น่าจะใช้ชุดเดิมที่กวาดชัยรวดจาก 4 เกมที่ผ่านมา

   เกมรับให้ มิลาน สคริเนียร์ ยืนเป็นเซนเตอร์แบ็ก ควัดโว่ อซาโมอาห์ รับหน้าที่แบ็กซ้าย แดนกลางใช้ มาร์เซโล่ โบรโซวิช, มาติอัส เบซิโน่, อีวาน เปริซิช และ เมาโร อิคาร์ดี้ เป็นหน้าเป้า

   นักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : ซาเมียร์ ฮันดาโนวิช, ดานิโล่ ดัมโบรซิโอ, สเตฟาน เดอ ฟราย, มิลาน สคริเนียร์, ควัดโว่ อซาโมอาห์, มาร์เซโล่ โบรโซวิช, มาติอัส เบซิโน่, มัตเตโอ โปลิตาโน่, รัดย่า เนียงโกลัน, อีวาน เปริซิช, เมาโร อิคาร์ดี้

ยูฟ่าแชมเปี้ยส์ลีก วิเคราะห์บอล พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น พบ อินเตอร์ มิลาน

   สถิติการพบกันของทั้งสองทีม

   13/12/07 พีเอสวี 0-1 อินเตอร์ มิลาน

   03/10/07 อินเตอร์ มิลาน 2-0 พีเอสวี

   ลูชาโน่ สปัลเล็ตติ เทรนเนอร์ของ อินเตอร์ เพิ่งจะพาทีมคว้าชัยมา 4 รวดและเสียไปเพียง 2 ประตูเท่านั้น เรียกว่าฟอร์มกำลังร้อนแรงสุดๆ เกมนี้ต้องบุกมาเยือน พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น จ่าฝูงจากลีกดัตช์ ที่เกมที่แล้ว ผลบอลสด เพิ่งจะพ่ายให้กับ บาร์เซโลน่า มาแบบขาดรอย 0-4

   หากดูจากสถิติการพบกันแล้ว เจ้าถิ่นตกเป็นรองอย่างเห็นได้ชัด ส่วนผลงานใน แชมเปี้ยนส์ลีก ที่ผ่านมา ทีมงูใหญ่ ผลงานดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด เกมนี้จึงไม่น่าจะยากสำหรับ อินเตอร์ แม้จะเป็นฝ่ายบุกมาเยือนก็ตาม

 

 

พรีเมียร์ลีก พรีวิว นัดที่ 6 ลิเวอร์พูล พบ เซาแธมป์ตัน

พรีเมียร์ลีก พรีวิว นัดที่ 6 ลิเวอร์พูล พบ เซาแธมป์ตัน

   พรีเมียร์ลีก 2018/19 นัดที่ 6 พรีวิว ดูบอลออนไลน์ ลิเวอร์พูล เปิด แอนฟิลด์ รับการมาเยือนจาก เซาแธมป์ตัน ในวันเสาร์ที่ 22 กันยายน 2561 เวลา 21:00 น.

ความพร้อมของทั้งสองทีม

ลิเวอร์พูล

   ในเกมนี้ทั้ง อเล็กซ์ อ็อกซ์เหลด-แชมเบอร์เลน และ อดัม ลัลลานา ยังคงต้องพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บไม่สามารถลงสนามช่วยทีมได้ ส่วน เดยัน ลอฟเรน ที่แม้จะกลับมาซ้อมได้แล้ว แต่ก็ยังไม่ฟิตพอที่จะลงสนามในเกมนี้ ส่วน โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน ที่ผลงานกับ ลิเวอร์พูล นั้น ดีวันดีคืน หลังจากที่เป็นสำรองในเกมกับ เปเอสเช แล้ว เกมนี้น่าจะกลับมาลงสนามเป็นตัวจริงอีกครั้ง

นักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : อลิสสัน, อาโนลด์, โกเมซ, ฟาน ไดค์, โรเบิร์ตสัน, เกอิต้า, ไวจ์นัลดุม, มิลเนอร์, มาเน, ซาลาห์, ฟีร์มิโน

เซาแธมป์ตัน

   สำหรับทีมเยือนไม่มีปัญหาเรื่องตัวผู้เล่นบาดเจ็บ จะขาดก็เพียง แดนนี่ อิงส์ ที่ติดสัญญายืมตัวกับ ลิเวอร์พูล ไม่สามารถลงสนามในเกมนี้ได้ จึงเป็นโอกาสของ 2 หัวหอก ชาร์ลี ออสติน กับ เชน ลอง ที่จะได้ลงล่าตาข่าย

นักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : แม็คคาร์ทธี, โซอาเรส, เวสเตอร์การ์ด, โฮดส์, เบอร์ทรานด์, ฮอยเบิร์ก, เลอมินา, เอลยูนูสซี่, เร้ดมอนด์, ออสติน, ลอง

พรีเมียร์ลีก พรีวิว วิเคราะห์เกม ลิเวอร์พูล พบ เซาแธมป์ตัน

   หงส์แดง ลิเวอร์พูล ในฤดูกาลนี้ออกสตาร์ทในพรีเมียร์ลีกได้อย่างยอดเยี่ยม โดยในเกมลีด 5 นัดที่ผ่านมา พวกเขาสามารถเก็บชัยได้ทั้งหมด และยังไม่แพ้ใคร นับว่าเป็นการออกสตาร์ทที่ดีที่สุดในรอบ 57 ปีของหงส์แดงเลยก็ว่าได้  เกมนี้ ลิเวอร์พูล ต้องการชัยชนะเพื่อยืนตำแหน่งจ่าฝูง

   ส่วนทางด้านทีมเยือน เซาแธมป์ตัน ฟอร์มการเล่นในฤดูกาลนี้ยังไม่ค่อยเข้าที่เข้าทางมากนัก โดย 5 นัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีกพวกเขาเอาชนะคู่แข่งได้เพียง 1 นัดเท่านั้น คือการเอาชนะคริสตัล พาเลซ ไป 2-0 นอกนั้นคือ เสมอ 2 และแพ้ 2

   สำหรับสถิติการพบกัน 5 นัดหลังสุดของทั้งสองทีม ดูเหมือนว่าเจ้าถิ่น ลิเวอร์พูล จะเป็นต่ออยู่ไม่น้อย เพราะจากสถิติแล้ว หงส์แดง ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายเอาชนะเซาแธมป์ตันไปได้ 2 เกม เสมอ 2 และแพ้ไปเพียง 1 เกมเท่านั้น

   ซึ่งเกมนี้ ลิเวอร์พูล ที่ฟอร์มกำลังร้อนแรงสุดๆ ในตอนนี้ น่าจะเป็นฝ่ายเก็บชัยชนะในบ้านไปได้แบบไม่ยากเย็นมากนัก เพราะทุกอย่างในตอนนี้ดูจะเป็นใจให้กับหงส์แดงเหลือเกิน

 

โจคิน สวมบทฮีโร่ โขกชัยพา เบติส ดับ เซบีญ่า 1-0

โจคิน

ศึกฟุตบอล ลาลีกา สเปน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน 2561 ที่สนาม เอสตาดิโอ เบนิโต้ บีญามารีน เรอัล เบติส เจ้าถิ่นอาศัยตัวผู้เล่นมากกว่าเก็บ 3 คะแนนในบ้านได้สำเร็จ เกมนี้คงต้องขอบคุณ โจคิน ตัวสำรองที่ถูกเปลี่ยนลงสนามมาพาทีมเอาชนะเซบีญ่าได้ 1-0 โดยทีมเยือนเหลือผู้เล่นในสนามเพียง 10 คน เมื่อ โรเก้ เมซ่า ถูกเหลืองแดงไล่ออกจากสนาม

   เกมนี้ เรอัล เบติส ให้โอกาสศูนย์หน้าชาวญี่ปุ่น อินูอิ แสดงฝีมือ และส่ง วิลเลียม คาร์วัลโญ่า ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง ส่วนทางฝั่งทีมเยือน เซบีญ่า ส่ง อังเดร ซิลวา ที่เพิ่งซัดแฮตทริกไปหมาดๆลงสนามเป็นตัวจริง ขณะที่นักเตะใหม่อย่างโกนาล็องส์ และควินซี่ โพรเมส มีชื่อเป็นตัวสำรอง

ไฮไลท์เกมการแข่งขัน เรอัล เบติส กับ เซบีญ่า

เริ่มเกมเป็นทางฝั่งเจ้าถิ่นที่ครองเกมไว้ได้ และพยายามทำเกมรุกเข้าใส่ทีมเยือนอย่างหนัก นาทีที่ 8 เบติสได้ลุ้นก่อนจากจังหวะที่เตโญ่ลุยขึ้นทางขวาแล้วล็อกหลบแนวรับเซบีญ่าเข้าไปยิงติดบล็อค จังหวะสุดท้ายเป็น อินูอิ ได้ลองซัดไกล แต่บอลข้ามคานออกไป

   นาทีที่ 18 โอกาสครั้งแรกของเซบีญ่าในเกมวันนี้ ได้ลุ้นจากบาซเกซที่ได้ลองปั่นบอลนอกกรอบเขตโทษ แต่ก็ยังไม่ดีพอที่จะเป็นประตู

   เวลาผ่านไปจนกระทั่งเข้าสู่ช่วงกลางเกมของครึ่งแรก เซบีญ่าก็ดูเหมือนว่าจะเริ่มตั้งตัวได้ หลังจากที่โดนทางฝั่งเจ้าถิ่นกดอยู่นาน

   ช่วงท้ายเกมในครึ่งแรก นาทีที่ 39 เจ้าถิ่นก็เกือบจะได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจากลูกยิงของกานาเลสแต่ผู้ตัดสินยังไม่ให้เป็นประตูและขอเช็ค VAR ก่อนสุดท้ายไม่ได้ประตูเพราะเป็นจังหวะล้ำหน้า

ก่อนจะหมดเวลาการแข่งขันในครึ่งแรก นาทีที่ 45 เซบีญ่า ได้ลุ้นประตูขึ้นนำอีกครั้งจากจังหวะที่บาเนก้า ไหลบอลไปให้ อาราน่าเติมสูงมาจากทางซ้ายแล้วได้โอกาสยิงทันที บอลค่อนข้างแรงแต่น่าเสียดายที่หลุดกรอบออกเสาไกลไปแบบเฉียดฉิว จบครึ่งแรกทั้งสองทีมยังไม่สามารถทำอะไรกันได้ เสมอกันอยู่ 0-0

ครึ่งหลังเซบีญ่าเหลือ 10 คน โจคิน ฮีโร่พาเบติสเก็บชัย

   เริ่มเกมครึ่งหลังหลังจากลงสนามมาดูเหมือนว่าทางฝั่งของเบติสจะแก้เกมมาได้ดีพอสมควร เพราะเป็นฝ่ายทำเกมบุกใส่เซบีญ่าอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีจังหวะได้ลุ้นประตูอยู่หลายจังหวะด้วยเช่นกัน แต่ยังไม่เด็ดขาดพอที่จะทำให้เจ้าบ้านได้ประตูขึ้นนำ

   นาทีที่ 66 เซบีญ่าที่รูปเกมตกเป็นรองต้องมาเหลือผู้เล่นในสนามเพียง 10 เมื่อผู้ตัดสินมองว่า โรเก้ เมซ่า เจตนาไปขวางการเล่นของเพา โลเปซ ในจังหวะจะออกบอล จึงได้รับใบเหลืองที่สองเป็นแดงไล่ออกจากสนามไป

นาทีที่ 80 ในที่สุดเบติสที่อาศัยความได้เปรียบตัวผู้เล่นที่มากกว่าก็มาได้ประตูขึ้นนำจนได้จากลูกโกม่งของ โจคิน ตัวสำรองที่เพิ่งลงสนามมาได้เพียงแค่ 5 นาที ก็ทำประตูให้เจ้าบ้านขึ้นนำได้สำเร็จ 1-0

ช่วงทดเจ็บท้ายเกมแม้ว่าเซบีญ่าจะพยายามเปิดหน้าแลก แต่ก็ยังไม่สามารถทำประตูเบติสได้ สุดท้ายจบเกมเป็น เรอัล เบติส ที่เปิดบ้านเฉือนเอาชนะเซบีญ่าไปได้ 1-0

ลาลีก้า โหดนะน้อง เมสซี่ นำทีม บาร์ซ่า สอนบอลเด็กใหม่ 8-2 แซงราชันยึดฝูง

ลาลีก้า

ลาลีก้า สเปน ที่สนาม คัมป์ นู เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน 2561 แข้งต่างดาว บาร์เซโลน่า เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนจากทีมน้องใหม่ของลาลีก้า อูเอสก้า เกมนี้ ต่างดาว รัวสกอร์ไม่ยั้งตบน้องใหม่ไป 8-2 เกมนี้ เมสซี่ ยิงไป 2 จ่ายอีก 2 พาทีมเก็บชัย 3 นัดรวด แซงนำเรอัล มาดริด ขึ้นไปนำจ่าฝูง

เกมนี้บาร์เซโลน่าใช่ผู้เล่นชุดเดิมจากเกมที่แล้วนำโดยสามประสามเกมรุก เมสซี่,ซัวเรซ และเดมเบเล่ ส่วนทางฝั่งอูเอสก้าที่ฟอร์มกำลังดีนั้นยังคงหวังพึ่งกาญาร์ตามเดิม

ครึ่งแรกอูเอสก้าลูบคมพี่ใหญ่ ลาลีก้า อย่างบาร์ซ่า เจอสวนกลับหลายประตู

เริ่มเกมได้เพียงแค่ 2 นาทีเศษๆทีมน้องใหม่อย่างอูเอสก้าก็ทำเซอร์ไพรส์ด้วยการได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากจังหวะที่ลองโก้ได้เปิดบอลจากฝั่งไปทางเสาสองให้เฮอร์นานเดซเทคตังขึ้นโหม่งบอลลงพื้นย้อนศรเข้าประตูไป

หลังจากที่โดนทีมน้องใหม่ลูบคมเข้าให้ บาร์ซ่าก็อยู่เฉยไม่ได้ พยายามทำเกมบุกใส่ทีมเยือนอย่างหนักหน่วง จนกระทั่งนาทีที่ 16 ความพยายามของเจ้าถิ่นก็ประสบผลในที่สุดหลังจากที่ขึงเกมอยู่นาน ราคิติชให้บอลไปที่เมสซี่แถวๆกรอบฝั่งขวา แล้วล็อคหนีลุยซินโญ่ไปทางขวาเข้าไปในกรอบเขตโทษแล้วจัดการยิงทันทีบอลพุ่งเสียบเสาสองเข้าไป บาร์เซโลน่าตเสมอ 1-1

ตอนนี้เกมกลับมาเท่ากันอีกครั้ง ต่างดาว ยังคงพยายามทำเกมบุกเพื่อหวังประตูที่สอง และมีจังหวะให้ได้ลุ้นอยู่หลายครั้ง ส่วนทางฝั่งของทีมเยือนก็มรโอกาสได้โต้กลับ และมีโอกาสลุ้นประตูบ้างแต่ก็ยังไม่ดีพอที่จะเป็นประตู

แต่แล้วนาทีที่ 24 สุดท้ายบาร์ซ่าก็มาได้ประตูแซงนำจนได้ เมื่ออัลบาเล่นชิ่งกับเดมเบเล่หลุดไปถึงเส้นหลังฝั่งซ้ายก่อนจะเลี้ยงจี้แล้วตบเข้ากลางหแต่บอลไปโดนปูลิโด้เด้งเข้าประตูตัวเองไป ต่างดาวแซงนำ  2-1

ต่อด้วยประตูที่ 3 ในนาทีที่ 39  จากจังหวะที่คูตินโญ่แทงบอลไปให้อัลบาหลุดกับดักล้ำหน้าไปทางฝั่งซ้ายก่อนจะปาดเข้ากลางให้ซัวเรซแปโล่งๆสวนแวร์เนอร์เข้าประตูไปหมดจด เจ้าถิ่นเริ่มนำห่าง 3-1

แม้อูเอสก้าจะโดนนำห่างถึงสองประตู แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาก็ยังไม่ได้ถอดใจ นาทีที่ 42 จากจังหวะที่พวกเขาขึ้นเกมทางฝั่งขวา ลองโก้เปิดบอลไปติดบล็อค บุสเกตส์ บอลเหมือนจะลอยออกแต่โกเมซตามไปเก็บได้แล้วตวัดจากเส้นหลังเข้ากลางให้กาญาร์ชาร์จจ่อๆไม่เหลือ ทีมน้องใหม่ตามมาติดๆ 3-2 และจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

ครึ่งหลังบาร์ซ่าลุยแหลก สอนบอลน้องใหม่

ครึ่งหลังนาที 48 บาร์ซ่ามาได้ประตูนำ 4-0 จากจังหวะที่ซัวเรซแทงบอลให้เดมเบเล่หลุดเข้าไปซัดด้วยซ้ายหายทันที

ต่อด้วยนาทีที่ 52 ประตูที่ 5 ก็ตามมาติดๆ เมื่อเมสซี่เล่นชิ่งกับคูตินโญ่หน้ากรอบเขตโทษแล้วยกบอลไปให้ราคิติชทางกรอบฝั่งขวาวอลเลย์ด้วยขวาบอลพุ่งเสียบตาข่ายอย่างสวยงาม เจ้าถิ่นนำ 5-2

นาทีที่ 61 คูตินโญ่ลากบอลขึ้นมาแล้วแทงต่อให้เมสซี่พาบอลไปแล้วจัดการซัดเองเป็นประตูที่สองของเขาในเกมนี้ บาร์เซโลน่านำห่าง 6-2

นาที 81 บาร์ซ่านำห่างเป็น 7-2 จากจังหวะที่เมสซี่ไหลบลอทะลุช่องไปให้อัลบาหลุดทางฝั่งซ้ายแล้วแปสวนตัวแวร์เนอร์เข้าไปง่ายๆ

เจ้าถิ่นมาได้ประตู 8-2 ในช่วงทดเจ็บก่อนหมดเวลาการแข่งขันจากจุดโทษ และเป็ยซัวเรซที่รับหน้าที่สังหารไมพลาด จบเกม บาร์เซโลน่า เปิดบ้านถล่มอูเอสก้าไป 8-2

อังกฤษ โชว์ฟอร์มได้ดีหลังเอาชนะไนจีเรียมาได้ 2-1 ในเกมอุ่นเครื่องที่ผ่านมา

อังกฤษ 2-1 ไนจีเรีย

ทีมชาติอังกฤษ ก็สามารถที่จะโชว์ฟอร์มการเล่นได้ดีเป็นอย่างมากเลยนะครับหลังจากที่สามารถเอาชนะไนจีเรียมาได้ 2-1 ในศึกเกมอุ่นเครื่องที่ผ่านมานั้น โดยในเกมนี้นั้นทางด้านทีมชาติอังกฤษก็สามารถที่จะทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจริงๆ เลยเพราะสามารถที่จะขึ้นนำได้ตั้งแต่นาทีที่ 7 ก่อนที่จะหนีห่างในนาทีที่ 39 ซึ่งเป็นการยิ่งของ แฮรี่ เคนนั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้นฟอร์มการเล่นของทีมชาติอังกฤษนั้นก็ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่น่าจับตามองเป็นอย่างมากเลยนะครับ ซึ่งแน่นอนนะครับว่าหลายๆ คนก็คอยลุ้นและคอยเชียร์ในศึกฟุตบอลโลกกันอยู่ ดังนั้นไม่แปลกนะครับถ้าหากทีมชาติอังกฤษจะสามารถที่จะระเบิดฟอร์มเข้ารอบลึกๆ ในฟุตบอลโลก 2018 ได้อย่างไรก็ตามนั้นเกมการแข่งขันของทีมชาติอังกฤษและไนจีเรียจะเป็นอย่างไรต่อไปก็คงจะต้องรอดูกันต่อไปนะครับทุกคน

ทีมชาติ อังกฤษ โชว์ฟอร์มได้เทพมาก

แน่นอนนะครับถึงแม้ว่าเกมนี้จะเป็นเกมกระชับมิตรธรรมดาปกติทั่วไปแต่ฟอร์มการเล่นของทีมชาติอังกฤษนั้นก็สามารถที่จะทำได้อย่างดีเยี่ยมเป็นอย่างมากเลยนะครับ ซึ่งแน่นอนในศึกฟุตบอลโลกที่กำลังจะมาถึงนี้นั้นผมก็เชื่อนะครับว่าทางด้านทีมชาติอังกฤษนั้นก็จะสามารถที่จะทำผลงานได้เป็นอย่างดีแน่นอนนั่นเอง ดังนั้นรับรองเลยว่าเกมการแข่งขันในครั้งต่อๆ ไปทีมชาติอังกฤษก็จะทำผลงานได้ดีอย่างแน่นอน ดังนั้นในเกมนี้นั้นก็สามารถที่จะปิดผลงานไว้ได้เป็นอย่างดีเลยนะครับซึ่งแน่นอนการที่เอาชนะทีมชาติไนจีเรียมาได้นั้นมันก็เป็นสิ่งที่สามารถจะตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีนั่นเอง โดยในเกมต่อไปของทางด้านทีมชาติอังกฤษนั้นก็จะต้องเปิดศึกเจอกับทางด้านทีมชาติคอสตาริกา ซึ่งในฟุตบอลโลกครั้งนี้นั้นอังกฤษถือเป็นอีกหนึ่งทีมที่มีฟอร์มการเล่นที่น่ากลัวเป็นอย่างมาก

ทีมชาติไนเจีเรียไม่ชนะใครมาแล้ว 3 เกมติดต่อกัน

แน่นอนนะครับว่าถึงเป็นผลงานที่ย่ำแย่ของไนจีเรียเลยก็ว่าได้นะครับเพราะผลงานที่ผ่านมานั้นก็ยังไม่สามารถที่จะเอาชนะทีมไหนมาได้เลยถึง 3 นัดติดต่อกันนะครับถึงแม้ว่าเกมนี้นั้นก็จะเป็นเกมอุ่นเครื่องธรรมดาแต่ในเกมศึกฟุตบอลโลกที่กำลังจะมาถึงนี้นั้นก็ไม่แน่นนะครับทีมชาติไนจีเรียก็อาจจะเอาชนะมาได้ก็เช่นกัน ดังนั้นก็ต้องดูกันต่อไปนะครับว่าในศึกฟุตบอลโลกจะสามารถที่จะคว้าชัยชนะไปถึงรอบไหนได้นั่นเอง แต่เกมที่เจอกับทีมชาติอังกฤษถึงแม้ว่าจะแพ้ไปก็ยังมีประตูตีไข่แตกได้อยู่นั่นเอง

ฟุตบอลวันนี้ ทีมชาติอังกฤษกับกุนซือต่างชาติ

ฟุตบอลวันนี้

ฟุตบอลวันนี้ จากประวัติศาสตร์วงการ ลูกหนังเมืองผู้ดี ฟุตบอลวันนี้ที่ผ่านมานั้น ทีมชาติ อังกฤษ นั้นเคยลดตัวลงไปว่าจ้างผู้จัดการทีมชาติให้คุมทีมของพวกเขามาแล้วถึง 2 ครั้งก็คือคนแรก สเวน โกรัน อิริคส์สัน และก็ ฟาบิโอ คาเปลโล่

โดยวิเคราะห์บอลวันนี้ ทาง สตีฟ แม็คคลาเรน คั่นกลางด้วยและเหตุผลมันก็ไม่มีอะไรมากมายหรอกนะนอกจากว่าทางสมาคมฟุตบอล อังกฤษ หรือ เอฟเอ

ได้หวังให้ทีมชาติ อังกฤษ นั้นประสบความสำเร็จให้ได้บ้างไม่ว่าจะในตำแหน่งแชมป์โลก หรือ ฟุตบอลยูโรก็ตาม แต่ถึงอย่างไรพวกเขานั้นก็ประสบความสำเร็จฟุตบอลวันนี้ไปเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้นคือในปี 1966 สมัยที่ตัวเองเป็นเจ้าภาพและก็เอาชนะโปรแกรมบอล ทีมชาติ เยอรมันตะวันตก ไปได้ 4 – 2 หลังเล่นจนมีกาต่อเวลาพิเศษออกไปและนั่นก็ทำให้เกิดข้อกังขาว่าประตูลูกที่ 3 ของทีมเจ้าถิ่นนั้นยังไม่เข้าประตูไปเลยและถ้าหากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ในทุกวันนี้ก็จะหมดปัญหาไปแล้วเพราะว่าได้มีการนำเทคโนโลยีโกลไลน์มาช่วยทางกรรมการในการตัดสินแล้วด้วย

ฟุตบอลวันนี้นับตั้งแต่ที่พวกเขานั้นคว้าแชมป์ ฟุตบอล โลกได้ในปี 1966 จนมาถึงปี 1996 ทางทีมชาติ อังกฤษ ก็ได้เป็นเจ้าภาพอีกครั้งหนึ่งและพวกเขาก็ตั้งเป้าที่จะคว้าแชมป์ ยูโร มาครอบครองให้ได้และถ้าหากใครจำได้ในทัวร์นาเมนต์นี้ทางเจ้าถิ่นก็ได้แต่งเพลง FOOTBALL’S COMING HOME ขึ้นมาและก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีอีกด้วยและโปรแกรมบอล ต่อจากนั้นมาอีก 10 ปีทางสมาคุมฟุตบอล อังกฤษ ก็ได้ทำการว่าจ้างผู้จัดการทีมต่างชาติเข้ามาคุมทีมและก็ถูกทางฝ่ายอนุรักษ์นิยมที่เห็นต่างออกมาทำการโต้ตอบอยู่พอสมควรเลยทีเดียวและนั่นก็เป็นเพราะว่าถ้าสังเกตราคาบอลให้ดีก็จะเห็นได้ว่าแทบจะไม่มีชาติไหนที่ลดตัวไปใช้บริการผู้จัดการทีมต่างชาติต่างภาษาเลยด้วยและก็จะมีทางทีมชาติ อังกฤษ นี่แหละที่ยอมเปิดใจให้คนต่างถิ้นขึ้นมาเป็นกุนซืงอ

ฟุตบอลวันนี้ สิงโตคำราม เล็ง 2 กุนซือ ร่วมงานด้วยในอนาคต

และถ้าหากเป็นแบบนี้มันก็คงไม่มีอะไรต้องเสียอีกแล้วถ้าหากพวกเขานั้นจะหากุนซือต่างชาติเข้ามาเป็นผู้จัดการทีมคนต่อไปและฟุตบอลวันนี้ที่แน่ๆตอนนี้ก็มีข่าวพัวพันกับทาง โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือชาวโปรตุกีสด้สนและเขาก็ได้รับการยอมรับเช่นเดียวกันว่าถูกทาง เอฟเอ ทาบทามมาจริงแต่วิเคราะห์บอลวันนี้ ทว่าเขานั้นก็ปฏิเสธไปเพราะว่ายังหนุ่มยังแน่นและก็ยังสนุกกับการเป็นกุนซือให้กับทางสโมสรด้วย

ฟุตบอลวันนี้ล่าสุดทาง เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ นั้นจะออกมาทำการยอมรับว่าเขาสนใจรับงานนี้เช่นเดียวกันและเหตุผลก็เพราะว่าเขานั้นมีประสบการฺในการคุมทีมในเวที พรีเมียร์ ลีก มาอย่างยาวนานและก็รู้ด้วยว่านักเตะคนไหนดีหรือไม่ดียังไงและราคาบอลที่สำคัญก็คงไม่มีใครปฏิเสธฝีมือของเขาด้วยและถ้าหากจะมีการแต่งตั้งกุนซือต่างชาติเข้ามาจริงๆก็หวังเป็นอย่างมากว่าจะเป็น โปเช็ตติโน่ ด้วย