Author Archive: webmaster

แซงขึ้นฝูง ดอร์ทมุนด์ ได้ อัลกาเซร์ เบิ้ลสองอัด โวลฟ์สบวร์ก 2-0

แซงขึ้นฝูง ดอร์ทมุนด์ ได้ อัลกาเซร์ เบิ้ลสองอัด โวลฟ์สบวร์ก 2-0

   แซงขึ้นฝูง เสือเหลือง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เกือบจะอดกลับไปตำแหน่งจ่าฝูงซะแล้ว หลังจากที่ในช่วง 90 นาทียังไม่สามารถบวกสกอร์ได้ แต่ยังดีที่ช่วงทดเจ็บก่อนหมดเวลาการแข่งขันได้ ปาโก้ อัลกาเซร์ รับบทพรเอกเหมาคนเดียว 2 ประตูรวด พา ดอร์ทมุนด์ เอาชนะ โวลฟ์สบวร์ก ไป 2-0 เก็บเพิ่มได้ 3 คะแนนเต็มขึ้นมาเป็นจ่าฝูงแทน บาเยิร์น มิวนิค ห่าง 2 แต้ม

แซงขึ้นฝูง ดอร์ทมุนด์ ได้ อัลกาเซร์ เบิ้ลสองอัด โวลฟ์สบวร์ก 2-0

   ผลบอลสด ศึกฟุตบอล บุนเดสลีก้า เสือเหลือง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เปิดบ้านต้อนรับ โวลฟ์สบวร์ก ที่สนาม ซิกนัล อิดูน่า ปาร์ค ในวันที่ 30 มีนาคม 2562

   เริ่มเกมช่วง 10 นาทีแรก ทั้งสองทีมยังไม่ค่อยมีจังหวะให้ได้ลุ้นแบบจะแจ้งมากนัก เพราะยังไม่ได้เปิดเกมบุกเข้าใส่กันมากเท่าไหร่

   นาทีที่ 19 เป็นโอกาสลุ้นประตูของดอร์ทมุนด์ จากจังหวะที่ซานโชให้บอลไปที่เกิทเซ่ เปิดเข้าไปในกรอบเขตโทษให้อัลกาเซร์ได้ลองซัด บอลข้ามคานออกไป

   นาทีที่ 22 เป็นโอกาสของโวลฟ์สบวร์กบ้าง เมื่อเมห์เมดี้โยนบอลจากทางฝั่งซ้ายเข้าไปในกรอบเขตโทษแล้ว อาร์โนลด์พยายามจะสอดมายิง แต่โดนดิยาลโล่ประกบทำให้ทำอะไรได้ไม่มาก สุดท้ายบอลออกหลังไปไม่ได้ยิง

   ช่วงท้ายครึ่งแรกนาทีที่ 41 เสือเหลืองได้ลุ้นจากฟรีคิกทางฝั่งซ้าย เกร์เรโร่ เปิดบอลไปให้ ซากาดู ได้โหม่งแต่โดนไม่ดีเท่าไหร่ทำให้บอลหลุดไปตกบนตาข่ายแทน

   จบครึ่งแรกยังไม่มีประตูเกิดขึ้น ทั้งสองทีมยังเสมอกันอยู่ 0-0

   ครึ่งหลังช่วงต้นเกม ดอร์ทมุนด์ ยังคงพยายามครองเกมเพื่อจะเอาประตูขึ้นนำให้ได้ แต่ทำได้ไม่ค่อยดีนักจังหวะสุดท้ายยัขาดๆเกินๆ ส่วนทางด้านทีมเยือนก็ทำได้ดีพอสมควรมีจังหะให้ได้ลุ้นอยู่บ้างแต่ยังไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประตูได้เช่นกัน

   นาทีที่ 68 เจ้าถิ่นได้ลุ้นจากฟรีคิกอีกที่ระยะประมาณ 30 หลาเยื้องมาทางฝั่งซ้าย เกร์เรโร่ ได้ยิง บอลพุ่งตรงกรอบแต่เบาเกินไปทำให้ คาสตีลส์ รับเอาไว้ได้ไม่ยากนัก

   เกมทำท่าว่าจะจบด้วยการแบ่งกันไปทีมละแต้ม แต่ในช่วงทดเจ็บก่อนหมดเวลาการแข่งขันนาทีที่ 90+1 ดอร์ทมุนด์ ก็มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากฟรีคิกในหัวกะโหลกหน้าเขตโทษ อัลกาเซร์ จัดการซัดเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ดอร์ทมุนด์ นำ 1-0

   ถัดมาอีก 3 นาที สกอร์ไหลไปเป็น 2-0 เมื่อ ซานโช ได้บอลขึ้นมาทางฝั่งขวาและลากบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษก่อนจะจ่ายไปให้ อัลกาเซร์ ยิงเข้าไปเป็นประตู

   จบเกม ดอร์ทมุนด์ เป็นฝ่ายเอาชนะ โวลฟ์สบวร์ก ไป 2-0

 

ยังไร้พ่าย ยูเวนตุส ยังแจ่มแม้ไร้ โด้ เปิดบ้านเชือด อูดิเนเซ่ 4-1

ยังไร้พ่าย ยูเวนตุส ยังแจ่มแม้ไร้ โด้ เปิดบ้านเชือด อูดิเนเซ่ 4-1

   ยังไร้พ่าย ม้าลาย ยูเวนตุส ยังคงโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมแม้ทีมจะไม่มีซูเปอร์สตาร์ดังของโลกอย่าง คริสติอาโน่ โรนัลโด้ และส่งชุดสำรองลงเล่นหลายคน แต่ก็ยังสามารถเปิดบ้านเอาชนะ อูดิเนเซ่ ไป 4-1 ยังคงเดินหน้าเก็บสถิติไร้พ่ายใน เซเรีย อา ฤดูกาลนี้ต่อไป โดยมีแต้มทิ้งห่าง นาโปลี 19 แต้มชั่วคราว

ยังไร้พ่าย ยูเวนตุส เปิดบ้านเชือด อูดิเนเซ่ 4-1

   ผลบอลสด ศึกฟุตบอล กัลโช่ เซเรีย อา 2018/19 ม้าลาย ยูเวนตุส เปิดบ้านต้อนรับ อูดิเนเซ่ ที่สนาม อัลลิอันซ์ สเตเดี้ยม ในวันศุกร์ที่ 8 มีนาคม 2562

   เซเรีย อา ฤดูกาลนี้ผ่านมา 26 นัด ม้าลาย ยูเวนตุส ยังคงไม่แพ้ใครโดยหลุดเสมอไปเพียงแค่ 3 นัด นอกนั้นชนะหมด ส่วน อูดิเนเซ่ อยู่บนเส้นทางหนีตาย ซึ่งผลงานล่าสุดถือว่าทำได้ดีโดย 2 เกมล่าสุด พวกเขาเก็บชัยมาได้ทั้งหมด จากสถิติการเจอกันของคู่นี้ 6 นัดหลังสุด ยูเว่ ยังไม่เคยแพ้ให้กับ อูดิเนเซ่ แม้แต่นัดเดียว (ชนะ 5 เสมอ 1)

   ยูเว่บุกจากซ้ายไปขวา ได้ทักทายก่อนจากลูกเตะมุมที่เปิดเข้ามาตรงกลางในนาทีที่ 6 แล้วมุสโซ่สกัดไม่ดี บอลไปเข้าทางรูกานี่ซัดข้ามคานออกไป

   หลังจากนั้นไม่นานในที่สุด ยูเวนตุส ก็เป็นฝ่ายที่ได้ประตูขึ้นนำไปก่อนในนาทีที่ 11 จากจังหวะที่ ซานโดร พาบอลขึ้นมาทางฝั่งซ้ายแล้วเปิดเข้าไปในกรอบเขตโทษให้ คีน แปเข้าไปเป็นประตู 1-0

   แม้จะเป็นฝ่ายขึ้นนำแต่ ม้าลาย ก็ยังคงครองเกมบุกได้อย่างเหนือกว่าเห็นๆ จนกระทั่งมาได้เพิ่มอีกหนึ่งประตูในนาทีที่ 39 เมื่อทีมเยือนเสียบอลกลางสนามแล้ว คีน แย่งเอาบอลมาได้ก่อนจะกระชากเข้ามาในกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย แล้วยิงด้วยขวา บอลแฉลบ วิลม็อต เปลี่ยนทางเข้าเสาแรกไปอย่างสวยงาม ยูเวนตุส นำห่าง 2-0 และจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

   ครึ่งหลังยังคงเป็น ยูเว่ ที่เป็นฝ่ายครองเกมบุกกดเข้าใส่ทีมเยือนและมาได้ประตูที่ 3 เพิ่มในนาทีที่ 67 เมื่อ คีน ใช้ความเร็ววิ่งแซงผู้เล่นของ อูดิเนเซ่ มารับบอลในกรอบเขตโทษแต่ถูกสกัดล้มลงไป กรรมการเป่าให้เป็นจุดโทษทันที แล้วเป็น ชาน รับหน้าที่สังหารเข้าประตูไป ยูเวนตุส นำ 3-0

   ต่อด้วยประตูที่ 4  ในนาทีที่ 71 เป็นจังหวะที่ เบนตานคูร์ เปิดจากริมเส้นฝั่งขวาเข้าไปในกรอบเขตโทษให้ มาตุยดี้ โหม่งเข้าประตูไป ม้าลาย นำ 4-0

   แต่ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 85 อูดิเนเซ่ มาได้ประตูปลอบใจไล่ตามมาเป็น 4-1 จากประตูของ ลาซานญ่า บอลพุ่งเข้าประตูไป จบเกม ยูเวนตุส เป็นฝ่ายเอาชนะ อูดิเนเซ่ ไป 4-1

 

เกือบจะแพ้ บาร์เซโลน่า เล่นไม่ออกทำได้แค่เจ๊ากับ บิลเบา 0-0

เกือบจะแพ้ บาร์เซโลน่า เล่นไม่ออกทำได้แค่เจ๊ากับ บิลเบา 0-0

   เกือบจะแพ้ ต่างดาว บาร์เซโลน่า เกือบจะเป็นฝ่ายพลาดท่าพ่ายให้กับ แอธเลติก บิลเบา ยังที่ที่ บาร์ซ่า ยังคงประครองตัวรักษาสกอร์เอาไว้ได้ สุดท้ายจบด้วยผลเสมอ 0-0 เก็บเพิ่มได้เพียงแต้มเดียวแต่ยังคงนำเป็นจ่าฝูง ลาลีก้า ต่อไป โดย เรอัล มาดริด ไล่มาเหลือห่างเพียง 6 คะแนนเท่านั้น

เกือบจะแพ้ บาร์เซโลน่า เจ๊ากับ บิลเบา 0-0

   ศึกฟุตบอล ลาลีกา แอธเลติก บิลเบา เปิดบ้านต้อนรับจ่าฝูงของลีก บาร์เซโลน่า ที่สนาม ซาน มาเมส ในวันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 ผลบอลสด

   สำหรับบิลเบาช่วงหลังฟอร์มการเล่นเริ่มดีขึ้นมาเรื่อยๆ ตอนนี้ขยับจากโซนตกชั้นมาอยู่อันดับที่ 14 ของตาราง ส่วน บาร์เซโลน่า เกมนี้ต้องพยายามเก็บสามแต้มให้ได้เพื่อทำคะแนนหนีห่าง เรอัล มาดริด ให้มากขึ้น ซึ่งหากดูจากสถิติการพบกันของทั้งสองทีม 5 นัดหลังสุด บาร์ซ่า เป็นฝ่ายเอาชนะไปถึง 4 นัดด้วยกัน และหลุดเสมอไปเพียงนัดเดียวเท่านั้น

   เริ่มเกม โอกาสครั้งแรกเป็นของบิลเบา นาทีที่ 11 วิดัลจ่ายบอลพลาด แล้วเบร์ชิเช่ฉกได้แล้วเลี้ยงจี้ขึ้นมาทางริมกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายก่อนจะยิง บอลพุ่งผ่านมือสเตเก้น หลุดเสาออกไป

   นาทีที่ 17 โอกาสอีกครั้งของบิลเบา คราวนี้เป็นซูซาเอต้า ได้บอลทางริมขอบเขตโทษฝั่งขวา ก่อนจะตัดสินใจซัดด้วยซ้าย บอลโค้งกำลังจะเสียบใต้คาน แต่สเตเก้นยังเซฟไว้ได้อีกครั้ง

   ถัดมานาทีที่ 22 เป็นโอกาสของบาร์เซโลน่าบ้าง จังหวะนี้ เมสซี่เปิดจากริมกรอบเขตโทษฝั่งขวาไปเสาสองให้ซัวเรซ แต่แรงเกินไป บอลพุ่งหลุดเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย

   นาทีที่ 37 ยังคงเป็นบาร์เซโลน่าที่ได้ลุ้นอย่างต่อเนื่อง จังหวะนี้เป็นวิดัลให้บอลไปที่เมสซี่ กระชากขึ้นมาทางริมกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายแล้วซัดทันที บอลพุ่งไปเสาแรกแต่เอร์เรรินยังเซฟไว้ได้ จบครึ่งแรกทั้งสองทีมยังเสมอกันอยู่ 0-0

   ครึ่งหลังนาทีที่ 53 บาร์เซโลน่า ได้ลุ้นจากฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ เมสซี่ ปั่นด้วยซ้าย บอลข้ามกำแพงหลุดคานออกไปไกลพอสมควร

   นาทีที่ 79 เป็นจังหวะฟรีคิกของ บิลเบา บ้าง ทางริมเส้นฝั่งซ้าย มูเนียอิน เปิดบอลเข้ากลางแล้วโดน ปิเก้ โหม่งสกัดออกมาได้ บอลกระดอนไปโดนหัว วิลเลียมส์ หลุดออกหลังไป

   นาทีที่ 82 เป็นโอกาสทองของบิลเบาที่เกือบจะเปลี่ยนเป็นประตูขึ้นนำเมื่อ มูเนียอิน ได้บอลหลุดขึ้นมาทางริมกรอบฝั่งขวา ก่อนจะไหลเข้ากลางให้ วิลเลียมส์ แปด้วยซ้ายแต่ สเตเก้น ยังปัดเอาไว้ได้

   ช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90 + 2 บิลเบาต้องมาเหลือผู้เล่นในสนามเพียง 10 คนเมื่อ เด มาร์กอส โดนใบเหลืองที่สองเปลี่ยนเป็นใบแดงไล่ออกจากสนามไป

   จบเกม บาร์เซโลน่า บุกไปเสมอกับ แอธเลติก บิลเบา 0-0

 

กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี พรีวิว นาโปลี พบ ลาซิโอ

กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี พรีวิว นาโปลี พบ ลาซิโอ

   กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี 2018/19 นาโปลี เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนจาก ลาซิโอ ที่สนาม ซาน เปาโล ในคืนวันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม 2562 เวลา 02.30 น. ดูบอลออนไลน์

สถิติการพบกัน 5 นัดหลังสุดของทั้ง 2 ทีม

19/08/18 ลาซิโอ – นาโปลี 1-2 เซเรียอา
11/02/18 นาโปลี – ลาซิโอ 4-1 เซเรียอา
21/09/17 ลาซิโอ – นาโปลี 1-4 เซเรียอา
10/04/17 ลาซิโอ – นาโปลี 0-3 เซเรียอา
06/11/16 นาโปลี – ลาซิโอ 1-1 เซเรียอา

กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ความพร้อมของ นาโปลี และ ลาซิโอ

นาโปลี

   นาโปลี เกมในลีกล่าสุดเพิ่งเฉือนเอาชนะ โบโลญญ่า มา 3-2 และยังเอาชนะ ซาสซูโอโล่ ไป 2-0 ในเกมโคปปา อิตาเลีย สภาพของทีมในเกมนี้ค่อนข้างมีปัญหาเรื่องตัวผู้เล่นพอสมควร มาเร็ค ฮัมซิค กับ วลัด คิริเคส ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ

   ในขณะที่ตัวหลักอย่าง กาลิดู กูลิบาลี่, ลอเรนโซ่ อินซินเย่ ยังเหลือโทษแบนอีกหนึ่งนัด นอกจากนี้ อัลลัน ยังต้องพักไปอีกราย

   คาร์โล อันเชลอตติ กุนซือนาโปลี จะให้ ราอูล อัลบิโอล ยืนเป็นเซนเตอร์ฮาล์ฟคู่กับ นิโกล่า มัคซิโมวิช แดนกลางใช้ ฟาเบียน รูอิซ และ อมาดู เดียวาร่า เกมรุกมี ดรีส เมอร์เท่นส์ จับคู่กับ อาร์คาดิอุสซ์ มิลิค ล่าตาข่าย

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : อเล็กซ์ เมเร็ต, เอลเซอิด ฮีซาย, นิโกล่า มัคซิโมวิช, ราอูล อัลบิโอล, ฟาอูซี่ กูล็อม, โฆเซ่ กาเยฆ่อน, ฟาเบียน รูอิซ, อมาดู เดียวาร่า, ปิโอเตร เซียลินสกี้, อาร์คาดิอุสซ์ มิลิค, ดรีส เมอร์เท่นส์

ลาซิโอ

   ส่วนทางด้าน ลาซิโอ ผลงานในลีกอยู่ในเกณฑ์ที่ดีเพราะจาก 9 เกมหลังสุดพวกเขาแพ้ใช้คูแข่งไปเพียงแค่เกมเดียวเท่านั้น และล่าสุดเพิ่งจะเอาชนะ โนวาร่า ไป 4-1 ในศึกฟุตบอลโคปปา อิตาเลีย

   เกมนี้ ซิโมเน่ อินซากี้ เทรนเนอร์ ลาซิโอ หมดสิทธิ์ใช้งาน อดัม มารูซิช ที่ติดโทษแบน ในขณะที่ วาลอน เบริชา ยังต้องรอเช็คความฟิต ที่เหลือพร้อมลงสนาม

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : โธมัส สตราโคชา, หลุยซ์ เฟลิเป้, ฟรานเชสโก้ อแชร์บี้, สเตฟาน ราดู, เซนาด ลูลิช, มาร์โก ปาโรโล่, ลูคัส เลว่า, เซอร์เก มิลินโควิช-ซาวิช, จอร์แดน ลูกากู, หลุยส์ อัลเบร์โต้, ชิโร่ อิมโมบิเล่

 

 

ลาลีกา เสปน พรีวิว เรอัล มาดริด พบ เรอัล โซเซียดาด

ลาลีกา เสปน พรีวิว เรอัล มาดริด พบ เรอัล โซเซียดาด

   ลาลีกา สเปน 2018/19 เรอัล มาดริด เปิดบ้านพบ เรอัล โซเซียดาด ที่สนาม ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ในคืนวันวันอาทิตย์ที่ 6 มกราคม 2562 เวลา 00:30 น.

สถิติการพบกัน 5 นัดหลังสุดของทั้งสองทีม

11/02/2018 เรอัล มาดริด 5-2 เรอัล โซเซียดาด

24/01/2018 เรอัล โซเซียดาด 1-3 เรอัล มาดริด

18/01/2018 เรอัล มาดริด 3-0 เรอัล โซเซียดาด

23/09/2017 เรอัล โซเซียดาด 0-3 เรอัล มาดริด

19/03/2017 เรอัล โซเซียดาด 0-1 เรอัล มาดริด

ลาลีกา ความพร้อมของ เรอัล มาดริด กับ เรอัล โซเซียดาด

เรอัล มาดริด

   ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด ต้องเสียหัวหอกตัวเก่งอย่าง แกเร็ธ เบล ที่บาดเจ็บกล้ามเนื้อ ส่วนทางด้าน มาร์กอส ยอเรนเต้ มิดฟิลด์ตัวรับก็ไม่สามารถลงสนามได้เช่นกันเนื่องจากอาการบาดเจ็บจำเป็นต้องพักประมาณ 2-3 สัปดาห์ ในขณะที่ มาร์โก อาเซนซิโอ กับ มาเรียโน่ ดิอ๊าซก็ยังมีปัญหาอาการบาดเจ็บเช่นกัน

   เกมนี้ ซานติอาโก้ โซลารี่ กุนซือ มาดริด ให้โอกาส อีสโก้ ได้ลงสนามเป็นตัวจริงในแนวรุกร่วมกับ คาริม เบนเซม่า และ ลูกัส บาซเกซ

   แดนกลางมี ลูก้า โมดริช, โทนี่ โครส และ คาเซมีโร่ ส่วนแนวรับใช้ เซร์คิโอ รามอส, ราฟาแอล วาราน, มาร์เซโล่ และ ดานี่ การ์บาฆาล

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : ติโบต์ กูร์กตัวส์, ดานี่ การ์บาฆาล, ราฟาแอล วาราน, เซร์คิโอ รามอส, มาร์เซโล่, ลูก้า โมดริช, เอ็นรีเก้ คาเซมีโร่, โทนี่ โครส, ลูกัส บาซเกซ, คาริม เบนเซม่า, อีสโก้

เรอัล โซเซียดาด

   ส่วนทีมเยือนเกมนี้ขาด เตโอ เอร์นานเดซ แบ็กซ้ายที่ติดสัญญายืมตัวจาก มาดริด ไม่สามารถลงสนามได้จึงคาดว่า ไอเอน มูนญอซ จะได้โอกาสลงสนามแทน ส่วนตัวผู้เล่นบาดเจ็บยังคงมีเพียบเช่นเดิมทั้ง ซานโดร รามิเรซ, อันโดนี่ โกโรซาเบล, ลูก้า ซานกายี่, ดาบิด กอนชา, มาร์ติน เมร์เกลานซ์, เกวิน โรดริเกซ และ มิเกล อังเคล โมย่า

   อีมานอล อัลกวาซิล กุนซือคนใหม่ของ เรอัล โซเซียดาด วางแนวรับเป็น เอคตอร์ โมเรโน่, ดีเอโก้ ยอเรนเต้, โยเซบา ซัลดูอา และ ไอเอน มูนญอซ ส่วน อาเซียร์ อิยาร์ราเมนดี้ กับ อีกอร์ ซูเบลเดีย ประสานงานในแดนกลาง แนวรุกมี วิลเลี่ยน โชเซ่, อั๊ดนาน ยานาไซ, มิเกล โอยาร์ซาบัล

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : มิเกล อังเคล โมย่า, โยเซบา ซัลดูอา, ดีเอโก้ ยอเรนเต้, เอคตอร์ โมเรโน่, ไอเอน มูนญอซ, อาเซียร์ อิยาร์ราเมนดี้, อีกอร์ ซูเบลเดีย, อั๊ดนาน ยานาไซ, ดาบิด ซูรูตูซ่า, มิเกล โอยาร์ซาบัล, วิลเลี่ยน โชเซ่

 

ลาลีกา สเปน พรีวิว เรอัล มาดริด พบ ราโย่ บาเยกาโน่

ลาลีกา สเปน พรีวิว เรอัล มาดริด พบ ราโย่ บาเยกาโน่

   ลาลีกา สเปน 2018/19 ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด เปิดบ้านต้อนรับ ราโย่ บาเยกาโน่ ที่สนาม ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ในคืนวันเสาร์ ที่ 15 ธันวาคม 2561 เวลา 00.30 น.

สถิติการพบกัน 5 นัดหลังสุดของทั้งสองทีม ผลบอลสด

23/04/16 ลา ลีกา ราโย่ บาเยกาโน่ 2-3 เรอัล มาดริด

20/12/15 ลา ลีกา เรอัล มาดริด 10-2 ราโย บาเยกาโน่

09/04/15 ลา ลีกา ราโย บาเยกาโน่ 0-2 เรอัล มาดริด

09/11/14 ลา ลีกา เรอัล มาดริด 5-1 ราโย บาเยกาโน่

30/03/14 ลา ลีกา เรอัล มาดริด 5-0 ราโย บาเยกาโน่

ลาลีกา สเปน ความพร้อมของ เรอัล มาดริด และ ราโย่ บาเยกาโน่

เรอัล มาดริด

   เจ้าถิ่น ราชันชุดขาว เรอัลมาดริด เกมนี้ขาด แกเร็ธ เบล, มาเรียโน่ ดีอาซ กับ นาโช่ เฟร์นานเดซ ซึ่งสภาพร่างกายยังไม่พร้อม ส่วน การ์ลอส กาเซมีโร่ ต้องรอเช็คความฟิตก่อน

   แต่ขาวดีคือจะได้ โทนี่ โครส กับ เซร์คิโอ เรกีลอน กลับมาเป็นตัวเลือกอีกครั้ง ในขณะที่ มาร์โก อาเซนซีโอ ฟิตพร้อมใช้งาน

   สำหรับเกมนี้กุนซือ ซานติอาโก้ โซลารี่ วาง ติโบต์ กูร์กตัวส์ เฝ้าประตู เกมรับใช้ ดาเนียล การ์บาฆาล, ราฟาแอล วาราน, เซร์คิโอ รามอส, มาร์เซโล่ วิเอยร่า

   แดนกลางเป็น ลูก้า โมดริช, มาร์กอส ยอเรนเต้, โทนี่ โครส โดยมี ลูกัส บาซเกซ, คาริม เบนเซม่า และ มาร์โก อาเซนซีโอ ประสานงานในเกมรุก

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : ติโบต์ กูร์กตัวส์, ดาเนียล การ์บาฆาล, ราฟาแอล วาราน, เซร์คิโอ รามอส, มาร์เซโล่ วิเอยร่า, ลูก้า โมดริช, มาร์กอส ยอเรนเต้, โทนี่ โครส, ลูกัส บาซเกซ, คาริม เบนเซม่า, มาร์โก อาเซนซีโอ 

ราโย่ บาเยกาโน่

   ทางด้านของ ราโย่ บาเยกาโน่ จะไม่มี ออสการ์ เตรโฮ, กาแอล กากูต้า กับ กอร์ก้า เอลูสตอนโด้ ยังคงมีอาการบาดเจ็บ ส่วน จอร์ดี้ อามาต ติดโทษแบน ในขณะที่ ราอูล เด โตมาส ไม่สามารถลงสนามได้เนื่องจากกฎการยืมตัว

   ซึ่งเกมนี้ อเล็กซ์ อาเลเกรีย จะลงเป็นหน้าเป้าโดยมี อาเดรียน เอ็มบาร์บา, โฆเซ่ อังเคล โปโซ่, จานเนลลี่ อิมบูล่า, อัลบาโร่ การ์เซีย ประสานงานอยู่แดนกลาง และมี ซานติอาโก้ โกเมซานญ่า คุมเกมในแนวรับ ส่วนแนวหลังเป็นหน้าที่ของ หลุยส์ อัดวินกูล่า, อเล็กซ์ กัลเบซ, เอมิลิอาโน่ เวลาซเกซ, อเล็กซ์ โมเรโน่ และ สโตเล่ ดิมิตรีเยฟสกี้ ทำหน้าที่เฝ้าเสา

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : สโตเล่ ดิมิตรีเยฟสกี้ – หลุยส์ อัดวินกูล่า, อเล็กซ์ กัลเบซ, เอมิลิอาโน่ เวลาซเกซ, อเล็กซ์ โมเรโน่, ซานติอาโก้ โกเมซานญ่า, อาเดรียน เอ็มบาร์บา, โฆเซ่ อังเคล โปโซ่, จานเนลลี่ อิมบูล่า, อัลบาโร่ การ์เซีย, อเล็กซ์ อาเลเกรีย

 

 

 

ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด อาการโคม่า พ่าย เออิบาร์ 0-3 ครั้งแรกในประวัติศาสตร์

ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด อาการโคม่า พ่าย เออิบาร์ 0-3 ครั้งแรกในประวัติศาสตร์

   ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด หมดสภาพ หลังจากที่ ผลงานเพิ่งจะกลับมาดีหมาดๆ แต่สุดท้ายก็กลับไปอยู่ในฟอร์มเดิมๆอีกครั้ง โดยโดนนำไปก่อนในครึ่งแรก 1-0 ก่อนจะมาเสียเพิ่มอีก 2 ประตูในต้นครึ่งหลัง ทำให้ราชันเป็นฝ่ายพ่ายให้เออิบาร์ไป 3-0 ซึ่งการพ่ายแพ้ในครั้งนี้เป็นการพ่ายแพ้ให้ เออิบาร์ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์อีกด้วย

ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด พ่าย เออิบาร์ 0-3

   ผลบอลสด ศึกฟุตบอล ลาลีกา สเปน 2018/19 เออิบาร์ เปิดบ้านพบกับ เรอัลมาดริด ที่สนาม มูนิซิพัล เด อิปูรัว ในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2561

   เริ่มเกมเป็น เออิบาร์ ที่ได้โอกาสลุ้นก่อนจากจังหวะโต้กลับเมื่อ โอเรญาน่า โหม่งบอลให้ กิเก้ จัดการฮาล์ฟวอลเล่ย์จากระยะประมาณ 30 หลา ส่งบอลไปชนเสาจังๆ

   ถัดมานาทีที่ 11 เป็นโอกาสลุ้นของ มาดริด บ้าง อเซนซิโอ บุกขึ้นมาแล้วพาลอบเข้าเขตโทษทางซ้ายก่อนจะไหลไปกลางให้ เบนเซม่า ซัดผ่าน ริเอสโก้ แต่ไม่ได้ประตูเพราะมีตัววิ่งมาเคลียร์บอลได้ทัน

   แต่แล้วสุดท้ายเป็น เออิบาร์ ที่ได้ประตูขึ้นนำก่อนในนาทีที่ 16 จากจังหวะโต้กลับ คูคูเรญ่า เปิดจากซ้ายเข้าเขตโทษให้ กิเก้ วิ่งมาซัดไปติดเซฟบอลกระดอนออกมาและสุดท้ายเป็น เอสคาลันเต้ ได้จบ เจ้าถิ่นนำ 1-0

   นาทีที่ 35 ราชันได้ลุ้นประตูตีเสมอจากฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษเยื้องมาทางขวา เบล เลือกยิงไปทางเสาไกล แต่ ริเอสโก้ ยังปัดทิ้งได้สวย

   จากนั้น มาดริด ยังคงพยายามจะทวงประตูคืน แต่ก็ยังไม่มีประตูเกิดขึ้น สุดท้ายจบครึ่งแรก มาดริด ตกเป็นฝ่ายตามหลังอยู่ 0-1

   ครึ่งหลังลงมาได้ไม่นานในนาทีที่ 52 มาดริด ต้องตกที่นั่งลำบากมากกว่าเดิม เมื่อ เออิบาร์ มาได้ลูกที่สองเพิ่ม จากจังหวะที่ คูคูเรญ่า ไปเบียดแย่งเอาบอลจาก โอดริโอโซล่า มาได้ก่อนจะไหลเข้าไปในเขตโทษให้ เอนริช จับบอลก่อนหนึ่งจังหวะแล้วซัดทันที เป็นประตู 2-0

   จากนั้นถัดมาอีกเพียงแค่ 5 นาที ประตูที่ 3 ของเจ้าถิ่นก็ตามมาติดๆ จากจังหวะที่ กิเก้ เปิดบอลจากขวาไปเสาไกลให้ คูคูเรญ่า เปิดเข้าเขตโทษ แต่โดนสกัดบอลเปลี่ยนไปเข้าทาง กิเก้ ซ้ำดาบสองเข้าไปตุงตาข่าย

   เกมผ่านเข้าสู่นาทีที่ 70 มาดริด ที่ตามอยู่ถึง 3 ประตู ดูเหมือนว่าคงจะช็อคไปแล้ว เพราะผ่านมาหลายนาทีแล้วแต่ยังทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันไม่ได้ เป็น เออิบาร์ มากกว่าที่เป็นฝ่ายบุกกดดันเข้าใส่

   ช่วงท้ายเกม มาดริด พยายามจะเร่งเกมแต่ก็เร่งไม่ขึ้น สุดท้ายจบเกม เรอัล มาดริด เป็นฝ่ายบุกมาพ่ายให้กับ เออิบาร์ 0-3 เป็นการพ่ายแพ้ต่อ เออิบาร์ ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของราชันชุดขาว

 

โจคิน สวมบทฮีโร่ โขกชัยพา เบติส ดับ เซบีญ่า 1-0

โจคิน

ศึกฟุตบอล ลาลีกา สเปน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน 2561 ที่สนาม เอสตาดิโอ เบนิโต้ บีญามารีน เรอัล เบติส เจ้าถิ่นอาศัยตัวผู้เล่นมากกว่าเก็บ 3 คะแนนในบ้านได้สำเร็จ เกมนี้คงต้องขอบคุณ โจคิน ตัวสำรองที่ถูกเปลี่ยนลงสนามมาพาทีมเอาชนะเซบีญ่าได้ 1-0 โดยทีมเยือนเหลือผู้เล่นในสนามเพียง 10 คน เมื่อ โรเก้ เมซ่า ถูกเหลืองแดงไล่ออกจากสนาม

   เกมนี้ เรอัล เบติส ให้โอกาสศูนย์หน้าชาวญี่ปุ่น อินูอิ แสดงฝีมือ และส่ง วิลเลียม คาร์วัลโญ่า ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง ส่วนทางฝั่งทีมเยือน เซบีญ่า ส่ง อังเดร ซิลวา ที่เพิ่งซัดแฮตทริกไปหมาดๆลงสนามเป็นตัวจริง ขณะที่นักเตะใหม่อย่างโกนาล็องส์ และควินซี่ โพรเมส มีชื่อเป็นตัวสำรอง

ไฮไลท์เกมการแข่งขัน เรอัล เบติส กับ เซบีญ่า

เริ่มเกมเป็นทางฝั่งเจ้าถิ่นที่ครองเกมไว้ได้ และพยายามทำเกมรุกเข้าใส่ทีมเยือนอย่างหนัก นาทีที่ 8 เบติสได้ลุ้นก่อนจากจังหวะที่เตโญ่ลุยขึ้นทางขวาแล้วล็อกหลบแนวรับเซบีญ่าเข้าไปยิงติดบล็อค จังหวะสุดท้ายเป็น อินูอิ ได้ลองซัดไกล แต่บอลข้ามคานออกไป

   นาทีที่ 18 โอกาสครั้งแรกของเซบีญ่าในเกมวันนี้ ได้ลุ้นจากบาซเกซที่ได้ลองปั่นบอลนอกกรอบเขตโทษ แต่ก็ยังไม่ดีพอที่จะเป็นประตู

   เวลาผ่านไปจนกระทั่งเข้าสู่ช่วงกลางเกมของครึ่งแรก เซบีญ่าก็ดูเหมือนว่าจะเริ่มตั้งตัวได้ หลังจากที่โดนทางฝั่งเจ้าถิ่นกดอยู่นาน

   ช่วงท้ายเกมในครึ่งแรก นาทีที่ 39 เจ้าถิ่นก็เกือบจะได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจากลูกยิงของกานาเลสแต่ผู้ตัดสินยังไม่ให้เป็นประตูและขอเช็ค VAR ก่อนสุดท้ายไม่ได้ประตูเพราะเป็นจังหวะล้ำหน้า

ก่อนจะหมดเวลาการแข่งขันในครึ่งแรก นาทีที่ 45 เซบีญ่า ได้ลุ้นประตูขึ้นนำอีกครั้งจากจังหวะที่บาเนก้า ไหลบอลไปให้ อาราน่าเติมสูงมาจากทางซ้ายแล้วได้โอกาสยิงทันที บอลค่อนข้างแรงแต่น่าเสียดายที่หลุดกรอบออกเสาไกลไปแบบเฉียดฉิว จบครึ่งแรกทั้งสองทีมยังไม่สามารถทำอะไรกันได้ เสมอกันอยู่ 0-0

ครึ่งหลังเซบีญ่าเหลือ 10 คน โจคิน ฮีโร่พาเบติสเก็บชัย

   เริ่มเกมครึ่งหลังหลังจากลงสนามมาดูเหมือนว่าทางฝั่งของเบติสจะแก้เกมมาได้ดีพอสมควร เพราะเป็นฝ่ายทำเกมบุกใส่เซบีญ่าอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีจังหวะได้ลุ้นประตูอยู่หลายจังหวะด้วยเช่นกัน แต่ยังไม่เด็ดขาดพอที่จะทำให้เจ้าบ้านได้ประตูขึ้นนำ

   นาทีที่ 66 เซบีญ่าที่รูปเกมตกเป็นรองต้องมาเหลือผู้เล่นในสนามเพียง 10 เมื่อผู้ตัดสินมองว่า โรเก้ เมซ่า เจตนาไปขวางการเล่นของเพา โลเปซ ในจังหวะจะออกบอล จึงได้รับใบเหลืองที่สองเป็นแดงไล่ออกจากสนามไป

นาทีที่ 80 ในที่สุดเบติสที่อาศัยความได้เปรียบตัวผู้เล่นที่มากกว่าก็มาได้ประตูขึ้นนำจนได้จากลูกโกม่งของ โจคิน ตัวสำรองที่เพิ่งลงสนามมาได้เพียงแค่ 5 นาที ก็ทำประตูให้เจ้าบ้านขึ้นนำได้สำเร็จ 1-0

ช่วงทดเจ็บท้ายเกมแม้ว่าเซบีญ่าจะพยายามเปิดหน้าแลก แต่ก็ยังไม่สามารถทำประตูเบติสได้ สุดท้ายจบเกมเป็น เรอัล เบติส ที่เปิดบ้านเฉือนเอาชนะเซบีญ่าไปได้ 1-0

ลาลีก้า โหดนะน้อง เมสซี่ นำทีม บาร์ซ่า สอนบอลเด็กใหม่ 8-2 แซงราชันยึดฝูง

ลาลีก้า

ลาลีก้า สเปน ที่สนาม คัมป์ นู เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน 2561 แข้งต่างดาว บาร์เซโลน่า เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนจากทีมน้องใหม่ของลาลีก้า อูเอสก้า เกมนี้ ต่างดาว รัวสกอร์ไม่ยั้งตบน้องใหม่ไป 8-2 เกมนี้ เมสซี่ ยิงไป 2 จ่ายอีก 2 พาทีมเก็บชัย 3 นัดรวด แซงนำเรอัล มาดริด ขึ้นไปนำจ่าฝูง

เกมนี้บาร์เซโลน่าใช่ผู้เล่นชุดเดิมจากเกมที่แล้วนำโดยสามประสามเกมรุก เมสซี่,ซัวเรซ และเดมเบเล่ ส่วนทางฝั่งอูเอสก้าที่ฟอร์มกำลังดีนั้นยังคงหวังพึ่งกาญาร์ตามเดิม

ครึ่งแรกอูเอสก้าลูบคมพี่ใหญ่ ลาลีก้า อย่างบาร์ซ่า เจอสวนกลับหลายประตู

เริ่มเกมได้เพียงแค่ 2 นาทีเศษๆทีมน้องใหม่อย่างอูเอสก้าก็ทำเซอร์ไพรส์ด้วยการได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากจังหวะที่ลองโก้ได้เปิดบอลจากฝั่งไปทางเสาสองให้เฮอร์นานเดซเทคตังขึ้นโหม่งบอลลงพื้นย้อนศรเข้าประตูไป

หลังจากที่โดนทีมน้องใหม่ลูบคมเข้าให้ บาร์ซ่าก็อยู่เฉยไม่ได้ พยายามทำเกมบุกใส่ทีมเยือนอย่างหนักหน่วง จนกระทั่งนาทีที่ 16 ความพยายามของเจ้าถิ่นก็ประสบผลในที่สุดหลังจากที่ขึงเกมอยู่นาน ราคิติชให้บอลไปที่เมสซี่แถวๆกรอบฝั่งขวา แล้วล็อคหนีลุยซินโญ่ไปทางขวาเข้าไปในกรอบเขตโทษแล้วจัดการยิงทันทีบอลพุ่งเสียบเสาสองเข้าไป บาร์เซโลน่าตเสมอ 1-1

ตอนนี้เกมกลับมาเท่ากันอีกครั้ง ต่างดาว ยังคงพยายามทำเกมบุกเพื่อหวังประตูที่สอง และมีจังหวะให้ได้ลุ้นอยู่หลายครั้ง ส่วนทางฝั่งของทีมเยือนก็มรโอกาสได้โต้กลับ และมีโอกาสลุ้นประตูบ้างแต่ก็ยังไม่ดีพอที่จะเป็นประตู

แต่แล้วนาทีที่ 24 สุดท้ายบาร์ซ่าก็มาได้ประตูแซงนำจนได้ เมื่ออัลบาเล่นชิ่งกับเดมเบเล่หลุดไปถึงเส้นหลังฝั่งซ้ายก่อนจะเลี้ยงจี้แล้วตบเข้ากลางหแต่บอลไปโดนปูลิโด้เด้งเข้าประตูตัวเองไป ต่างดาวแซงนำ  2-1

ต่อด้วยประตูที่ 3 ในนาทีที่ 39  จากจังหวะที่คูตินโญ่แทงบอลไปให้อัลบาหลุดกับดักล้ำหน้าไปทางฝั่งซ้ายก่อนจะปาดเข้ากลางให้ซัวเรซแปโล่งๆสวนแวร์เนอร์เข้าประตูไปหมดจด เจ้าถิ่นเริ่มนำห่าง 3-1

แม้อูเอสก้าจะโดนนำห่างถึงสองประตู แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาก็ยังไม่ได้ถอดใจ นาทีที่ 42 จากจังหวะที่พวกเขาขึ้นเกมทางฝั่งขวา ลองโก้เปิดบอลไปติดบล็อค บุสเกตส์ บอลเหมือนจะลอยออกแต่โกเมซตามไปเก็บได้แล้วตวัดจากเส้นหลังเข้ากลางให้กาญาร์ชาร์จจ่อๆไม่เหลือ ทีมน้องใหม่ตามมาติดๆ 3-2 และจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

ครึ่งหลังบาร์ซ่าลุยแหลก สอนบอลน้องใหม่

ครึ่งหลังนาที 48 บาร์ซ่ามาได้ประตูนำ 4-0 จากจังหวะที่ซัวเรซแทงบอลให้เดมเบเล่หลุดเข้าไปซัดด้วยซ้ายหายทันที

ต่อด้วยนาทีที่ 52 ประตูที่ 5 ก็ตามมาติดๆ เมื่อเมสซี่เล่นชิ่งกับคูตินโญ่หน้ากรอบเขตโทษแล้วยกบอลไปให้ราคิติชทางกรอบฝั่งขวาวอลเลย์ด้วยขวาบอลพุ่งเสียบตาข่ายอย่างสวยงาม เจ้าถิ่นนำ 5-2

นาทีที่ 61 คูตินโญ่ลากบอลขึ้นมาแล้วแทงต่อให้เมสซี่พาบอลไปแล้วจัดการซัดเองเป็นประตูที่สองของเขาในเกมนี้ บาร์เซโลน่านำห่าง 6-2

นาที 81 บาร์ซ่านำห่างเป็น 7-2 จากจังหวะที่เมสซี่ไหลบลอทะลุช่องไปให้อัลบาหลุดทางฝั่งซ้ายแล้วแปสวนตัวแวร์เนอร์เข้าไปง่ายๆ

เจ้าถิ่นมาได้ประตู 8-2 ในช่วงทดเจ็บก่อนหมดเวลาการแข่งขันจากจุดโทษ และเป็ยซัวเรซที่รับหน้าที่สังหารไมพลาด จบเกม บาร์เซโลน่า เปิดบ้านถล่มอูเอสก้าไป 8-2

อังกฤษ โชว์ฟอร์มได้ดีหลังเอาชนะไนจีเรียมาได้ 2-1 ในเกมอุ่นเครื่องที่ผ่านมา

อังกฤษ 2-1 ไนจีเรีย

ทีมชาติอังกฤษ ก็สามารถที่จะโชว์ฟอร์มการเล่นได้ดีเป็นอย่างมากเลยนะครับหลังจากที่สามารถเอาชนะไนจีเรียมาได้ 2-1 ในศึกเกมอุ่นเครื่องที่ผ่านมานั้น โดยในเกมนี้นั้นทางด้านทีมชาติอังกฤษก็สามารถที่จะทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจริงๆ เลยเพราะสามารถที่จะขึ้นนำได้ตั้งแต่นาทีที่ 7 ก่อนที่จะหนีห่างในนาทีที่ 39 ซึ่งเป็นการยิ่งของ แฮรี่ เคนนั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้นฟอร์มการเล่นของทีมชาติอังกฤษนั้นก็ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่น่าจับตามองเป็นอย่างมากเลยนะครับ ซึ่งแน่นอนนะครับว่าหลายๆ คนก็คอยลุ้นและคอยเชียร์ในศึกฟุตบอลโลกกันอยู่ ดังนั้นไม่แปลกนะครับถ้าหากทีมชาติอังกฤษจะสามารถที่จะระเบิดฟอร์มเข้ารอบลึกๆ ในฟุตบอลโลก 2018 ได้อย่างไรก็ตามนั้นเกมการแข่งขันของทีมชาติอังกฤษและไนจีเรียจะเป็นอย่างไรต่อไปก็คงจะต้องรอดูกันต่อไปนะครับทุกคน

ทีมชาติ อังกฤษ โชว์ฟอร์มได้เทพมาก

แน่นอนนะครับถึงแม้ว่าเกมนี้จะเป็นเกมกระชับมิตรธรรมดาปกติทั่วไปแต่ฟอร์มการเล่นของทีมชาติอังกฤษนั้นก็สามารถที่จะทำได้อย่างดีเยี่ยมเป็นอย่างมากเลยนะครับ ซึ่งแน่นอนในศึกฟุตบอลโลกที่กำลังจะมาถึงนี้นั้นผมก็เชื่อนะครับว่าทางด้านทีมชาติอังกฤษนั้นก็จะสามารถที่จะทำผลงานได้เป็นอย่างดีแน่นอนนั่นเอง ดังนั้นรับรองเลยว่าเกมการแข่งขันในครั้งต่อๆ ไปทีมชาติอังกฤษก็จะทำผลงานได้ดีอย่างแน่นอน ดังนั้นในเกมนี้นั้นก็สามารถที่จะปิดผลงานไว้ได้เป็นอย่างดีเลยนะครับซึ่งแน่นอนการที่เอาชนะทีมชาติไนจีเรียมาได้นั้นมันก็เป็นสิ่งที่สามารถจะตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีนั่นเอง โดยในเกมต่อไปของทางด้านทีมชาติอังกฤษนั้นก็จะต้องเปิดศึกเจอกับทางด้านทีมชาติคอสตาริกา ซึ่งในฟุตบอลโลกครั้งนี้นั้นอังกฤษถือเป็นอีกหนึ่งทีมที่มีฟอร์มการเล่นที่น่ากลัวเป็นอย่างมาก

ทีมชาติไนเจีเรียไม่ชนะใครมาแล้ว 3 เกมติดต่อกัน

แน่นอนนะครับว่าถึงเป็นผลงานที่ย่ำแย่ของไนจีเรียเลยก็ว่าได้นะครับเพราะผลงานที่ผ่านมานั้นก็ยังไม่สามารถที่จะเอาชนะทีมไหนมาได้เลยถึง 3 นัดติดต่อกันนะครับถึงแม้ว่าเกมนี้นั้นก็จะเป็นเกมอุ่นเครื่องธรรมดาแต่ในเกมศึกฟุตบอลโลกที่กำลังจะมาถึงนี้นั้นก็ไม่แน่นนะครับทีมชาติไนจีเรียก็อาจจะเอาชนะมาได้ก็เช่นกัน ดังนั้นก็ต้องดูกันต่อไปนะครับว่าในศึกฟุตบอลโลกจะสามารถที่จะคว้าชัยชนะไปถึงรอบไหนได้นั่นเอง แต่เกมที่เจอกับทีมชาติอังกฤษถึงแม้ว่าจะแพ้ไปก็ยังมีประตูตีไข่แตกได้อยู่นั่นเอง